อุทยานแห่งชาติออบหลวง เชียงใหม่

ลิงก์ผู้สนับสนุน



กลับหน้าแรกหามานานท่องเที่ยวทั่วไทย
เชียงใหม่
 เ ชี ย ง ใ ห ม่
   เ ท ศ ก า ล / ป ร ะ เ พ ณี
   โ ร ง แ ร ม แ ล ะ ที่ พั ก
   ร้ า น อ า ห า ร
   ร้ า น ค้ า
   บ ริ ษั ท ทั ว ร์ / ร ถ เ ช่ า
   ส มุ ด เ ยี่ ย ม ช ม
   ส ม า ชิ ก ท่ อ ง เ ที่ ย ว
   ภ า พ ถ่ า ย
   ก า ร เ ดิ น ท า ง
   แ ผ น ที่


   แ จ้ ง แ ก้ ไ ข ข้ อ มู ล
 
แลกลิงค์กับหามานานดอทคอม
แ ล ก ลิ ง ค์ กั บ เ ร า
: : : อุ ท ย า น แ ห่ ง ช า ติ อ อ บ ห ล ว ง : : :
- -> ภาพจากนักเดินทางโดย กล้องดิจิตอล Cyber - shot U รุ่น DSC-U10 ของ Sony <- -

อุทยานแห่งชาติออบหลวง
มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศทุกประการ ทั้งมีความสวยงามและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ มีคุณค่าทางโบราณคดี ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ทั้งทางธรณีวิทยาและคุณค่าทางสถาปัตยกรรมทางธรรมชาติ เหมาะแก่การศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความสวยงามยิ่ง มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 630 ตารางกิโลเมตร หรือ 393,750 ไร่

ออบหลวง ภาพโดย tsr
ส่งภาพถ่ายให้เรา
 

ประวัติความเป็นมา :-
ในปี พ.ศ. 2508 กรมป่าไม้ เห็นว่าบริเวณริมถนนในท้องที่ตำบลหางดง อำเภอฮอดและตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นสถานที่ร่มรื่น สภาพภูมิประเทศสวยงามแปลกตา มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ประกอบด้วยโขดผา แมกไม้และลำน้ำที่ไหลแรงผ่านหลืบเขา ที่ชาวเมืองเหนือเรียกว่า " ออบหลวง " เป็นที่ซึ่งประชาชนชอบไปพักผ่อนชมธรรมชาติความรื่นรมย์อยู่เป็นประจำ จึงได้จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในรูปแบบของวนอุทยานตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2509 อยู่ในความดูแลของสำนักงานป่าไม้เขตเชียงใหม่

ในส่วนที่ได้จัดตั้งเป็นวนอุทยานออบหลวง ในอดีตเป็นสถานที่พักของพวกทำไม้บริษัทบอร์เนียว ซึ่งในสมัยนั้นการทำไม้สักใช้วิธีลำเลียงล่องมาตามลำน้ำแม่แจ่ม ไม้จะมาวนอยู่ที่ออบหลวงซึ่งเป็นวังน้ำวนและลึกมาก จากออบหลวงที่มีหน้าผาสูงชัน น้ำตกจากหน้าผาสูง บริษัททำไม้จึงตั้งปางพักตรงจุดนี้เพื่อคอยเก็บไม้ที่ไหลมา ไม่ให้ไหลลงไปวังน้ำวน ตามประวัติดั้งเดิมเล่าสืบต่อกันมาว่า ลำน้ำแม่แจ่มสมัยก่อนเรียกว่า " แม่น้ำสลักหิน " เนื่องจากแม่น้ำนี้ได้เจาะภูเขาหินลูกหนึ่งจนทะลุ ไหลผ่านเป็นลำน้ำตรงที่เรียกว่า " ออบหลวง " ในปัจจุบันต่อมาได้เปลี่ยนเป็น " แม่น้ำแม่แจ่ม " ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันอยู่ทุกวันนี้

ต่อมากรมป่าไม้ได้โอนวนอุทยานออบหลวง มาอยู่ในความดูแลของกองอุทยานแห่งชาติ และในต้นปี พ.ศ. 2531 ผู้อำนวยการกองอุทยานแห่งชาติ ( นายธำมรงค์ ประกอบบุญ ) ได้ให้นโยบายและสั่งการให้ วนอุทยานออบหลวงดำเนินการสำรวจเบื้องต้นพื้นที่ข้างเคียงโดยรอบวนอุทยาน เพื่อยกฐานะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ผลการสำรวจตามหนังสือที่ กษ 0713 ( อล ) / พิเศษ ลงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2531 และที่ กษ 0713 ( อล ) / พิเศษ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 รายงานว่าป่าจอมทอง ป่าแม่แจ่ม - แม่ตื่น และป่าแม่แจ่ม ที่ทำการ สำรวจพื้นที่จะกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาตินี้แต่เดิมได้กำหนดให้เป็นป่าถาวรของชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2509 ต่อมาได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กล่าวคือ

" ป่าจอมทอง " เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 212 ( พ.ศ. 2510 ) ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่ม 84 ตอนที่ 82 วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2510
" ป่าแม่แจ่ม-แม่ตื่น " เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 189 ( พ.ศ. 2509 ) ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่ม 83 ตอนที่ 119 วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2509
" ป่าแม่แจ่ม " เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 712 ( พ.ศ. 2517 ) ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่ม 91 ตอนที่ 225 วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2517

เนื้อที่ทำการสำรวจประมาณ 630 ตารางกิโลเมตร มีสภาพป่าสมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศทุกประการ มีจุดเด่นทางธรรมชาติสวยงาม และเป็นแหล่งทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง เหมาะสำหรับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้ทำการตรวจสอบและได้มีหนังสือ ที่ กษ 0713/1403 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 เสนอกรมป่าไม้ มีคำสั่งที่ 824/2531 ลงวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ให้นายไชโย ยิ่งเภตรา เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ไปทำการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมและได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2534 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 108 ตอน 211 เป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 68 ของประเทศ
 
Top
: : : ส ถ า น ที่ น่ า ส น ใ จ : : :

สถานที่น่าสนใจ :-
ออบหลวง ออบหลวง ( The Great Canyon ) ตั้งอยู่ที่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 17 ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 คาบเกี่ยวระหว่างตำบลหางดง อำเภอฮอด ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง เป็นช่องแคบเขาขาดที่มีหน้าผาหินขนาบลำน้ำ ทำให้เกิดหุบผาลึก ความลึกของหน้าผาวัดจากสะพานออบหลวงถึงระดับน้ำปกติประมาณ 32 เมตร ส่วนแคบสุด 2 เมตร ความยาวของช่องแคบประมาณ 300 เมตร ธรรมชาติได้สร้างสรรความน่าพิศวงให้กับแผ่นดินส่วนนี้อย่างมหัศจรรย์ คำว่า " อ๊อบ " หรือ " ออบ " เป็นภาษาท้องถิ่นหมายถึง " ช่องแคบ " ส่วนคำว่า " หลวง " หมายถึง " ใหญ่ "

" ออบหลวง " คือชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกช่องแคบหินขนาดยักษ์ที่มีลำน้ำแม่แจ่มบีบตัวแทรกผ่านไป อีกนัยหนึ่งคือหุบเขาที่มีสายธารไหลผ่าน ( Canyon ) ภายในออบน้ำที่ตกไปกระทบแก่งหิน ละอองน้ำจะกระจายฟุ้งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเวลา ลานหินและโตรกผาที่ถูกน้ำอันเชี่ยวกรากกัดกร่อนปีแล้วปีเล่า ทำให้หินมีลักษณะเป็นลวดลายรูปร่างแปลกตาสวยงามมาก ทำให้ผู้ไปเยือนต้องพิศวงว่ากำแพงหินสูงใหญ่ที่ขวางลำน้ำนั้นแตกทะลุหรือแยกตัวให้น้ำผ่านไปได้อย่างไร ?

น้ำตกแม่บัวคำ เกิดจากลำห้วยแม่บัวคำ อยู่ในเขตตำบลหางดง อำเภอฮอด ห่างจากออบหลวงไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก น้ำจะตกจากหน้าผาสูงประมาณ 50 เมตร ลดหลั่นลงมาเป็นเพิงชั้นลงสู่อ่างหินซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหลืบผาและแมกไม้ ด้านหน้าน้ำตกมีลานหินกว้าง

น้ำตกแม่จอน เกิดจากลำห้วยแม่จอนหลวง อยู่ในเขตตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 สายฮอด - แม่สะเรียง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 9 เดินตามลำห้วยแม่จอนเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ลักษณะเด่นของน้ำตกนี้เป็นหน้าผาที่กว้างใหญ่มีความสูงไม่น้อยกว่า 100 เมตร ความกว้างประมาณ 80 เมตร น้ำตกที่ตกลงมาเป็นสายเหมือนใยแก้วแผ่กระจายอยู่ทั่วแผ่นผาและลานหินกว้างไม่ขาดสาย หน้าน้ำตกสวยงามมากเป็นหินแกรนิตผสมหินแปรสีขาวเจือสีเทาอ่อน สูงขึ้นไปจากน้ำตกชั้นนี้ ยังมีน้ำตกเล็กๆ สวยงามแปลกตาอีกสองชั้นอยู่ห่างประมาณ 500 เมตร และ 1,500 เมตร ตามลำดับ

น้ำตกแม่เตี๊ยะ อยู่บริเวณกลางป่าลึกในห้วยแม่เตี๊ยะตอนกลาง ในท้องที่ตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง เป็นน้ำตกที่สวยงาม สูงประมาณ 80 เมตร ความกว้าง 40 เมตร น้ำในห้วยแม่เตี๊ยะมีมากตลอดปี ทำให้น้ำตกมีความงามตลอดเวลา นักท่องเที่ยวต้องเดินทางจากบ้านแม่เตี๊ยะเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร

ดินแดนมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อยู่ใกล้เคียงกับช่องแคบออบหลวง กองโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ ได้ขุดค้นเพื่อศึกษาวิจัยร่วมกับประเทศฝรั่งเศส เรื่อง " Research on Chronology and Evolution of the Prehistoric Cultures of Northern Central Thailand and their Antropological Characteristics " โดยเริ่มโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา บริเวณออบหลวง ทั้งสองฝั่งอำเภอจอมทอง และฝั่งอำเภอฮอด ได้ขุดค้นพบโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์จำนวนมาก เช่น เครื่องมือหินกระเทาะแกนหินและสะเก็ดหิน ขวานหินขัด ชิ้นส่วนเครื่องประดับและภาชนะสำริด ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ ที่สำคัญคือ " พบโครงกระดูกของมนุษย์ในสมัยยุคสำริด " มีอายุระหว่าง 2,500-3,500 ปี ก่อนคริสตกาล เป็นหลักฐานโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพบภาพเขียนโบราณที่บริเวณเชิงผาด้านตะวันออกของดอยผาช้าง ซึ่งเป็นภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

ดอยผาช้าง จุดชมวิวดอยผาช้าง เป็นหินแกรนิตชนิดมิคมาไทต์ทั้งแท่ง ก้อนใหญ่มหึมาสีน้ำตาลดำ ยาวประมาณ 300 เมตร สูงประมาณ 80 เมตร จากระดับผิวดิน มีลักษณะเหมือนช้างตัวใหญ่นอบหมอบอยู่บนยอดดอยผาช้าง เป็นจุดชมวิว มองลงไปทางทิศใต้จะเห็นน้ำตกแม่บัวคำอยู่ลิบๆ ใกล้เข้ามาตรงหน้าดอยผาช้างเห็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ลดเลี้ยวเลียบเหลี่ยมเขาผ่านหน้าผาออบหลวง ลึกจากผาออบหลวงลงไปจะมองเห็นสายธารแม่แจ่มไหลคดเคี้ยวซอกซอนผาหินหายลับไปทางทิศตะวันออก

บริเวณดอยผาช้าง ด้านตะวันตกมีเพิงผาคล้ายถ้ำ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์และได้วาดภาพช้างด้วยสีขาวและสีแดงไว้ จากรายงานของนักโบราณคดี กรมศิลปากรยืนยันว่าเป็นครั้งแรกที่พบภาพเขียนโบราณในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ( พบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2527 โดยนายสายันต์ ไพรชาญจิตร และนายประทีป เพ็งตะโก นักโบราณคดีฝ่ายวิชาการกองโบราณคดี ) สันนิษฐานว่าภาพเขียนนี้มีอายุไม่น้อยกว่า 7,500-8,500 ปีมาแล้ว

บ่อน้ำร้อนเทพพนม อยู่ในเขตป่าแม่แจ่ม ตำบลห่าผา อำเภอแม่แจ่ม ห่างจากออบหลวง 14 กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 22 เข้าไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติเกิดจากความร้อนใต้พิภพ มีแรงดันพุ่งขึ้นมากระทบน้ำเย็นใต้ดินเกิดเป็นไอร้อนคุอยู่ตลอดเวลา ความร้อนสูงถึง 99 องศาเซลเซียส บริเวณเป็นที่ราบโล่งเตียนประมาณ 10 ไร่ มีลำห้วยเล็กๆ คือ ห้วยโป่ง ไหลผ่าน จึงมีทั้งธารน้ำร้อนและน้ำเย็นบริเวณเดียวกัน

ถ้ำตอง อยู่ในท้องที่ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง " ดอยผาเลียบ " เป็นภูเขาหินแกรนิตและหินปูนที่มีรูปร่างเหมือนถูกผ่าครึ่งแล้วแยกกันอยู่คนละฝั่งลำน้ำแม่แปะ ซีกที่อยู่ทางฝั่งขวามีถ้ำลึกที่มีตำนานเล่าขานกันว่า " ถ้ำนี้เป็นอุโมงค์หินที่มีความยาวมาก " กล่าวว่าทะลุถึงดอยเชียงดาวทางเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ทีเดียว บริเวณปากอุโมงค์เป็นคูหาขนาดประมาณ 5 x 10 เมตร สูง 3 เมตร ลึกเข้าไปจากนั้นเป็นโพรงหินเล็กๆ ขนาดพอตัวคนคลานเข้าไปได้ สภาพภายในคูหาปากถ้ำถูกสกัดตกแต่ง ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของสำนักวิปัสสนาถ้ำตอง โดยรอบในหุบเขา ร่มครึ้มด้วยพันธุ์ไม้ป่าดงดิบที่มีขนาดใหญ่ๆ เช่น มะม่วงป่า ตะเคียนทอง มะหาด กระท้อน หน้าถ้ำมีธารน้ำแม่แปะไหลผ่าน ซึ่งต้นแม่น้ำแปะห่างจากถ้ำตองขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกเล็กๆ

ถ้ำตุ๊ปู่ อยู่ในท้องที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก ปากถ้ำแคบกว้างยาว 1 x 1.5 เมตร ต้องนั่งยองๆ เข้าไป ภายในกว้างขวาง รูปร่างค่อนข้างกลมเหมือนคณโฑขนาดใหญ่บรรจุได้ประมาณ 20-30 คน มีน้ำหยดจากเพดานถ้ำตลอดเวลา ทำให้เกิด " หินงอกหินย้อย " อยู่ทั่วไป บริเวณเพดานค่อนไปทางก้นถ้ำทะลุเป็นวงกลมใหญ่ๆ 3 ช่องติดกัน จึงทำให้ถ้ำสว่างไสวไม่มืดทึบเหมือนถ้ำโดยทั่วไป

ลำน้ำแม่แจ่ม ธารน้ำแจ่มหรือแม่น้ำสลักหินกำเนิดจากเทือกเขาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไหลผ่านอำเภอแม่แจ่มออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด เป็นลำน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลเชี่ยวคดเคี้ยวไประหว่างโขดเขา และหุบผา มีเกาะแก่งอยู่กลางลำน้ำสลับกับหาดทรายขาว ทิวป่าเขียวขจีและเทือกเขาสลับซับซ้อน ทำให้ลำน้ำแม่แจ่มมีทัศนียภาพสวยงามยิ่ง " นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องแพ "จากบ้านอมขลูดถึงบ้านท่าเรือในท้องที่อำเภอแม่แจ่มอยู่เป็นประจำ

การล่องแก่ง ( แพยาง ) การล่องแก่งจะใช้แพยาง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ 2 คนช่วยในการคัดหัวเรือและท้ายเรือ
 
เพิ่มเติมข้อมูลให้เรา
 

ภาพถ่าย :-
ส่งภาพถ่ายให้เรา
 

สภาพภูมิประเทศ :-
ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน สลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นเทือกเขายาวในแนวเหนือ - ใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยต่อจากดอยอินทนนท์ มีแม่น้ำสายใหญ่ คือ ลำน้ำแม่แจ่มกั้นกลางอันเป็นเขตแบ่งระหว่าง อำเภอจอมทองและอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าต้นน้ำลำธารชั้นหนึ่ง มีลำห้วยหลายสายไหลลงลำน้ำแม่แจ่มและลำน้ำแม่ปิงตอนล่าง ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีที่ราบน้อยมาก เนื่องจากเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและสูงชัน

จากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาหน้าผาสูงชัน และมีโขดหินขนาดใหญ่น้อยมากมาย หินที่เป็นองค์ประกอบของพื้นที่ได้แก่ หินแกรนิตและแกรโนไดออไรท์ สลับกับหินซอลท์และหินตระกูลแกรนิตชนิดมิคมาไทด์ ในชุดหินบลูโตนิคของยุคครีเตเซียส และไทรแแอสสีค ประกอบด้วยแร่ควอร์ท และเฟสด์สปาร์ ในท้องน้ำแม่แจ่มมีเกาะแก่งหินขนาดใหญ่มากมาย ริมฝั่งลำน้ำจะมีหาดทรายเกิดจากน้ำพัดพามาเป็นช่วงๆ หลายแห่ง มีก้อนหินกลมประเภทกรวดห้องน้ำของหินควอร์ทไซด์ ควอร์ทแจสเปอร์ และหินชนิดอื่นๆ อยู่หนาแน่น
 

สภาพภูมิอากาศ :-
สภาพภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล

ฤดูฝน :- เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม
ฤดูหนาว :- เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - เดือนมกราคม มีอุณหภูมิต่ำสุด ~ 6 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อน :- เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - เดือนเมษายน
 

พรรณไม้ :-
เนื่องจากสภาพป่ามีทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบเขาและป่าสนเขา จึงมีพันธุ์ไม้แตกต่างกันหลายชนิด เช่น ไม้สัก ยาง ประดู่ แดง ตะเคียน ยมหอม มะค่าโมง มะเกลือ ขะเจ๊าะ เก็ดดำ เก็ดแดง รกฟ้า อินทนิล กะบาก จำปีป่า สารภีป่า แคหิน เหียง พลวง เต็ง รัง และ ไม้สนเขา หรือเกี๊ยะ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีไม้ตระกูลก่อต่างๆ ไม้พื้นล่างที่สำคัญมี ไม้ไผ่ พวกปาล์ม และพวกเฟิร์น
 

สัตว์ป่า :-
สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ เลียงผา เสือ หมี กวาง หมูป่า เก้ง ชะนี ลิง ชะมด กระต่าย นิ่ม ตะกวด และมี นกนานาชนิดประมาณ 200 ชนิด เช่น นกกางเขนดง นกพญาไฟ นกเขาใหญ่ นกเขาเขียว นกดุเหว่า นกหัวขวาน นกกะปูด นกขุนทอง นกแก้ว เหยี่ยว รุ้ง นกยูง ไก่ฟ้า ไก่ป่า นกกระทา เป็นต้น
 

สถานที่พักแรม :-
อุทยานแห่งชาติออบหลวง มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :-
อุทยานแห่งชาติออบหลวง ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 50240
โทรศัพท์ 053-315302


หรือที่เว็บไซต์ http://www.dnp.go.th
 

ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานฯ :-
  1. ไม่ทำการยึดถือ ครอบครอง แผ้วถางป่า นำออกไปซึ่งแร่, ดิน, หิน, พรรณไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนของป่าทุกชนิด
  2. ไม่ล่าสัตว์และไม่นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
  3. ไม่ทำเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่นักท่องเที่ยวและสัตว์
  4. ต้องช่วยระมัดระวังมิให้เกิดไฟไหม้ป่า หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อเสร็จแล้วกรุณาช่วยดับให้เรียบร้อย
  5. หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่
 

การเดินทาง :-
1. จากจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ถึงอำเภอฮอด แล้วเลี้ยวขวาตรงหอนาฬิกา ไปตามทางสายฮอด - แม่สะเรียง จากอำเภอฮอดไปอีก 17 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร

2. โดยรถยนต์โดยสาร ( ธรรมดาหรือปรับอากาศ ) สายกรุงเทพ - แม่ฮ่องสอน จากกรุงเทพฯ ถึงอำเภอเถิน จังหวัดตาก แล้วแยกเข้าอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จากอำเภอลี้ เข้าอำเภอดอยเต่า อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เลยฮอดไปอีก 17 กิโลเมตร ตามเส้นทางฮอด - แม่สะเรียง - แม่ฮ่องสอน ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เช่นเดียวกัน
 
 

แผนที่ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติออบหลวง :-

 

: : : ส ถ า น ที่ ท่ อ ง เ ที่ ย ว น่ า ส น ใ จ : : :

แนะนำที่เที่ยวให้เรา
ข่าวประชาสัมพันธ์ : : : ข่ า ว ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ : : :
มีข่าวอะไรดีๆ ในจังหวัดนี้บอกเราได้เลย เราจะนำมาลงให้นะครับ ขอบคุณที่ส่งข่าว
ฝากข่าว
โฆษณา : : : โ ฆ ษ ณ า สิ น ค้ า แ ล ะ บ ริ ก า ร : : :
โฆษณาตรงนี้จะปรากฎทั้ง 76 จังหวัดภายในเว็บแห่งนี้
ติดต่อโฆษณาคลิกที่นี่
: : : อ ะ ไ ร ดี ๆ จ า ก บ อ ร์ ด ท่ อ ง เ ที่ ย ว : : :
เก็บอะไรดีๆ ในจังหวัดนี้จากบอร์ดหามานท่องเที่ยวมาฝากครับ...
ตั้งกระทู้ใหม่
 

- : - - - - - - - : - - - - - - - : - - - - - - - : - - - - - - - : - - - - - - - : - - - - - - - : - - - - - - - : -
ค้นหาคำว่า :
Add Web
 
-:-เลือกจังหวัดที่ต้องการ-:-

 บอร์ดหามานานท่องเที่ยว

ส่งและดูภาพทั่วไทย
ส่ง + ดูภาพทั่วไทย

ส่งการ์ดท่องเที่ยว
ส่งการ์ดท่องเที่ยว

ปฏิทินท่องเที่ยว
ปฏิทินท่องเที่ยว

อ่านและฝากข่าวท่องเที่ยว
อ่านและฝากข่าวท่องเที่ยว

เล่าเรื่องเที่ยว
เล่าเรื่องเที่ยว

- - - - - - - - - - - - - - - -

 

 
Copyright © 2002 All right reserved. webmaster@hamanan.com ไปหน้าแรกหามานานดอทคอม