| |
งานเฉลิมฉลอง 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์ 
ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2550
ตั้งแต่เวลา 9.00 น. - 22.00 น.
ณ พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
รายละเอียดในการจัดงาน และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ คลิกที่นี่
|
| |
เวลาเปิด - ปิด
... พระราชวังสนามจันทร์ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. โปรดแต่งกายสุภาพ
... เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมถึงเวลา 15.30 น.
|
| |
ค่าเข้าชม
... ผู้ใหญ่ 30 บาท
... เด็ก 10 บาท
... ชาวต่างชาติ 50 บาท
|
| |
เพิ่มเติมข้อมูลให้เรา
|
| |
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
- ตอนนี้ยังไม่มีครับ
|
แนะนำลิงค์ที่เกี่ยวข้องที่นี่ครับ
|
| |
ภาพทั้งหมดจากนักเดินทางโดย กล้องดิจิตอล Cyber - shot รุ่น DSC-F828 ของ Sony  |
ภาพถ่ายจากพระราชวังสนามจันทร์ :-
|
พระตำหนัก ชาลีมงคลอาสน์
|
พระตำหนัก ชาลีมงคลอาสน์
|
พระตำหนัก ชาลีมงคลอาสน์
|
พระตำหนัก มารีราชรัตบัลลังก์
|
พระตำหนัก มารีราชรัตบัลลังก์
|
พระตำหนัก มารีราชรัตบัลลังก์
|
พระตำหนัก มารีราชรัตบัลลังก์
|
พระตำหนักทับขวัญ
|
พระตำหนัก มารีราชรัตบัลลังก์
|
เทวาลัยคเณศร์
|
พระบรมราชานุสาวรีย์ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
|
ช้าง 3 เศียร
|
... ภายในพระตำหนักต่างๆ ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น ...
... อนุญาตให้บันทึกภาพด้านนอกของพระตำหนักเท่านั้น..นะครับ ...
|
|
| |
ประวัติความเป็นมา :-
พระราชวังสนามจันทร์
ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพฯ ลงไปทางใต้ 56 กิโลเมตร บริเวณที่เป็นพระราชวังสนามจันทร์ อยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์
ไปทางตะวันตก ประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณซึ่งเดิมเรียกว่า " เนินปราสาท "
สันนิษฐานว่า เดิมคงเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์ในสมัยโบราณ ใกล้กับเนินปราสาทมีสระน้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกขานกันมาแต่เดิมว่า
" สระน้ำจันทร์ " ( ปัจจุบันชาวบ้าน เรียกว่า สระบัว ) อยู่หน้าโบสถ์พราหมณ์ ครั้นต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสสาธิราชฯ มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับขึ้น ณ เมืองนครปฐม
สำหรับเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในโอกาสเสด็จฯ มาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ และเพื่อประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ทรงเลือกจังหวัดนครปฐม
ด้วยเหตุที่ทรงคุ้นเคยกับภูมิประเทศของเมืองนี้ ทรงเห็นว่าบริเวณเนินปราสาทนั้นเป็นทำเลที่เหมาะ จึงทรงขอซื้อที่ดินจากราษฎรที่อยู่รอบๆ เนินปราสาท
เพื่อจัดสร้างพระราชวังขึ้น รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 888 ไร่ 3 งาน 24
ตารางวา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาได้เลื่อนยศเป็น พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ ( น้อย ศิลปี )
เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2450 ซึ่งตรงกับปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
การก่อสร้างพระที่นั่ง และพระตำหนักต่างๆ ได้ดำเนินการติดต่อกันนานถึง 4 ปี จึงแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2454
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามว่า " พระราชวังสนามจันทร์ "
พระราชวังสนามจันทร์
นอกจากเป็นที่แปรพระราชฐานแล้ว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังมีพระราชดำริในการสร้างพระราชวังสนามจันทร์ไว้เป็นที่มั่น
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรับวิกฤตการณ์ของประเทศอันเกิดขึ้นได้ เพราะพระราชวังสนามจันทร์ตั้งอยู่ในชัยภูมิทีเหมาะสม และทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับซ้อมรบเสือป่า
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2546
คณะกรรมการอำนวยการบูรณะพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี
เป็นองค์ประธาน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นายนาวิน ขันธหิรัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม และมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ลิขิต กาญจนาภรณ์
รองอธิการบดีวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายคืนพระราชวังสนามจันทร์ โดยส่งมอบพระที่นั่ง พระตำหนักต่างๆ และเรือนข้าราชบริพาร
คืนให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ดูแลตามพระราชดำริในสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในปัจจุบันสำนักพระราชวังได้เปิดให้เข้าชม
พระที่นั่งพิมานปฐมและห้องพระเจ้าภายในพระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เทวาลัยคเณศร์ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์
พระตำหนักทับขวัญและอนุสาวรีย์ย่าเหล
|
| Top |
| : : : ส ถ า น ที่ น่ า ส น ใ จ ใ น พ ร ะ ร า ช วั ง ส น า ม จั น ท ร์ : : :
|
สถานที่น่าสนใจในพระราชวังสนามจันทร์
|
|
ไม่มีภาพ
|
พระที่นั่งพิมานปฐม
เป็นพระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 2450 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น แบบตะวันตก แต่ดัดแปลงให้เหมาะกับเมืองร้อน
ช่องระบายลมและระเบียงลูกกรงโดยรอบฉลุ สลัก เป็นลวดลายตามแบบไทยอย่างปราณีตงดงาม พระที่นั่งชั้นบนประกอบด้วยห้องต่างๆ ซึ่งยังมีป้ายชื่อ
ปรากฎอยู่จวบจนปัจจุบัน คือ ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม ห้องภูษา ห้องเสวย และห้องพระเจ้า ซึ่งเป็นหอพระ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่ง
และยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ พระยาอนุศาสน์จิตรกร ( จันทร์ จิตรกร ) ซึ่งงดงามน่าชมมาก
....... พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับ ( โดยเฉพาะก่อนเสด็จฯ ขึ้นเถลิงถวัลย์ราชย์สมบัติ จนถึงปีพุทธศักราช 2458 ) ที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง
ที่รับรองพระราชอาคันตุกะ และออกให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ มากกว่าพระที่นั่ง และพระตำหนักองค์อื่นๆ
|
| |
|
พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์
เป็นพระที่นั่งที่เชื่อมต่ออยู่กับพระที่นั่งวัชรีรมยา โดยมีโถงใหญ่และหลังคาของพระที่นั่งทั้งสององค์เชื่อมติดต่อกัน
เครื่องประดับตกแต่งหลังคาเหมือนกัน แต่องค์พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์เป็นพระที่นั่งทรงไทยแบบศาลาโถงองค์ใหญ่ชั้นเดียว
หน้าบันอยู่ทางทิศเหนือเป็นรูปจำหลักท้าวอมรินทราธิราชประทานพร ประทับอยู่ในพิมานปราสาทสามยอด พระหัตถ์ขวาทรงวชิระ พระหัตถ์ซ้ายประทานพร
แวดล้อมด้วยบริวาร ประกอบด้วยเทวดาและมนุษย์ห้าหมู่
....... พระที่นั่งองค์นี้ทรงใช้เป็นที่ออกงานสโมสรสันนิบาต เสด็จฯ ออกขุนนางเพื่อปรึกษาหารือข้อราชการ เป็นที่อบรมกองเสือป่า
และใช้เป็นที่แสดงโขนละครต่างๆ พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์เป็นพระที่นั่งที่กว้างขวางจุคนได้มากจึงมีชื่อเรียกติดปากชาวบ้านว่า
" โรงโขน " เดิมเคยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระมหาเศวตฉัตรมาประดิษฐานไว้ภายใน
|
| |
|
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
เป็นพระตำหนักที่มีลักษณะคล้ายปราสาทขนาดย่อม ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเรอเนซองส์ ( Renaissance ) ของฝรั่งเศส
กับอาคารแบบฮาล์ฟทิมเบอร์ ( Half Timbered ) ของอังกฤษ แต่ดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศในประเทศไทย
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามใหญ่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ขึ้นราวปีพุทธศักราช 2450
โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ
....... ในปีพุทธศักราช 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระตำหนักว่า
" พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ " และโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนัก เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560
....... พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เป็นพระตำหนัก 2 ชั้น ทาสีขี้ไก่ หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีแดง ชั้นบนมีห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม และห้องสรง
ชั้นล่างทางทิศตะวันตกเป็นห้องรอเฝ้าฯ และเคยใช้เป็นสำนักงานชั่วคราวในการออกหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิตรายสัปดาห์
....... พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงใช้เป็นที่ประทับในฐานะที่ทรงเป็นผู้บัญชาการเสือป่า
เมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า ณ พระราชวังสนามจันทร์ และพระองค์โปรดที่จะประทับ ตลอดช่วงปลายรัชกาล เมื่อเสด็จฯ ยังพระราชวังสนามจันทร์
|
| |
|
พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์
เป็นพระตำหนัก 2 ชั้น สร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ของประเทศทางตะวันตก
แต่ได้มีการปรับปรุงองค์ประกอบบางส่วนให้เหมาะกับภูมิอากาศแบบเมืองร้อน พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
โดยมีฉนวนทางเดินทำเป็นสะพานจากชั้นบนด้านหลังของพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ข้ามคูน้ำเชื่อมกับชั้นบนด้านหน้าของพระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์
สะพานดังกล่าวหลังคามุงกระเบื้อง และติดหน้าต่างกระจกทั้งสองด้านตลอดความยาวของสะพานที่เชื่อมติดต่อถึงกัน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ ในราวปีพุทธศักราช 2459
โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ
....... พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ และฉนวนสะพานเชื่อมพระตำหนัก เป็นกลุ่มอาคารที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยแรงบันดาลพระราชหฤทัยจากบทละครเรื่อง " My Friend Jarlet "
ของ " Arnold Golsworthy " และ " E.B. Norman "
ซึ่งทรงแปลบทละครเรื่องนี้เป็นภาษาไทยชื่อว่า " มิตรแท้ " โดยทรงนำชื่อตัวละครในเรื่องมาเป็นชื่อของพระตำหนัก
|
| |
|
อนุสาวรีย์ย่าเหล
" ย่าเหล "
เป็นสุนัขพันธุ์ทางหางเป็นพวง สีขาวด่างดำ หูตก เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม เป็นสุนัขของหลวงชัยอาญา ( โพธิ์ เคหะนันท์ )
ซึ่งเป็นพะทำมะรง ( ผู้ควบคุมนักโทษ ) อยู่ในขณะนั้น ( ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระพุทธเกษตรานุรักษ์ ) เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จฯ ตรวจเรือนจำ ทอดพระเนตร " ย่าเหล " ซึ่งเป็นลูกสุนัข ก็ตรัสชมว่าน่าเอ็นดู ต่อมาหลวงชัยอาญา จึงน้อมเกล้าฯ
ถวาย จึงทรงรับมาเลี้ยงและพระราชทานนามว่า " ย่าเหล "
....... " ย่าเหล " ได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในราชสำนักใกล้ชิดพระยุคลบาท มีความเฉลียวฉลาด
และมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่โปรดปรานของพระองค์เป็นอย่างมาก
....... คืนหนึ่ง " ย่าเหล " ได้หนีออกมาเที่ยวตามวิสัยสัตว์ และได้กัดกับสุนัขอื่นในบริเวณกรมทหาร มหาดเล็กรักษาพระองค์
( ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกรมการรักษาดินแดน ) และพลัดถูกลูกกระสุน ซึ่งทหารผู้หนึ่งได้ยิงปืนออกมา เมื่อได้ยินเสียงสุนัขกัดกัน และไม่ทราบว่ากระสุนได้พลัดไปถูกย่าเหล
....... การสูญเสีย " ย่าเหล " สุนัขที่โปรดปรานในครั้งนี้ ทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เศร้าสลดพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานศพ " ย่าเหล " เป็นอย่างดี และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้าง " อนุสาวรีย์ย่าเหล " ขึ้นด้วยโลหะทองแดง ณ บริเวณด้านหน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
และทรงพระราชนิพนธ์คำไว้อาลัย ซึ่งออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกของพระราชหฤทัยของพระองค์ จารึกไว้บนแผ่นทองแดงใต้อนุสาวรีย์แห่งนี้ด้วย
|
| |
|
เทวาลัยคเณศร์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นศาลเทพารักษ์สำหรับพระราชวังสนามจันทร์
เป็นที่ประดิษฐานพระคเณศร์ หรือพระพิฆเนศวร เทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง ซึ่งเป็นเจ้าแห่งศิลปวิทยาการ การประพันธ์และเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งมวล
เทวาลัยคเณศร์ตั้งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าพระที่นั่ง
....... พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดศิลปวิทยาการ และการประพันธ์เป็นพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างเทวาลัยคเณศร์ไว้ ณ ที่อันเป็นศูนย์กลางของพระราชวังสนามจันทร์ สำหรับบวงสรวง และเพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งพระราชวังสนามจันทร์
และเมื่อมองจาก พระที่นั่งพิมานปฐมจะเห็นพระปฐมเจดีย์ เทวาลัยคเณศร์และพระที่นั่งพิมานปฐมอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
|
| |
|
พระตำหนักทับขวัญ
เป็นเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบ นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างคือ พระยาวิศุกรรมศิลป์ประสิทธิ์ ( น้อย ศิลปี )
พระตำหนักทับขวัญประกอบด้วย กลุ่มเรือน 8 หลัง ได้แก่ เรือนใหญ่ 4 หลัง เรือนเล็ก 4 หลัง ซึ่งได้สร้างให้หันหน้าเข้าหากัน 4 ทิศ
เรือนหลังใหญ่เป็นหอนอน 2 หอ ( ห้องบรรทมเป็นหอนอนที่อยู่ทางทิศใต้ ) อีก 2 หลังเป็นเรือนโถง และเรือนครัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน
ส่วนเรือนเล็ก 4 หลังนั้นตั้งอยู่ตรงมุม 4 มุมและ 1 หลัง ได้แก่ หอนก 2 หลัง เรือนคนใช้ และเรือนเก็บของ เรือนทุกหลังมีชานเรือนเชื่อมกันโดยตลอด
บริเวณกลางชานเรือนปลูกต้นจันไว้ให้ร่มเงา
....... พระตำหนักทับขวัญเป็นเรือนไม้กระดาน ฝาเรือนทำเป็นฝาปะกนกรอบลูกฟัก ฝีมือประณีต เชิงชายและไม้ค้ำยันสลักเสลาสวยงาม
หลังคาแต่เดิมมุงด้วยจาก หลบหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา ตัวเรือนทุกหลังรวมทั้งพื้นนอกชานทำด้วยไม้สักล้วน ใช้วิธีเข้าไม้ตามแบบฉบับของชาวไทยโบราณ
รอบๆ บริเวณปลูกไม้ไทยชนิดต่างๆ นับเป็นเรือนที่อยู่ในประเภทเรือนคหบดีและมีส่วนประกอบครบ
....... พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณ
และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ
พระตำหนักทับขวัญนี้เป็นเวลา 1 คืน และเมื่อมีการซ้อมรบเสือป่า พระตำหนักองค์นี้ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์
" "
|
| |
สถานที่ใกล้เคียง
พระปฐมเจดีย์
อยู่ห่างจากพระราชวังสนามจันทร์ ประมาณ 2 กิโลเมตร
|
| |
ร้านขนม :-
วรางคณา ขนมไทย
ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
จำหน่าย ขนมไทยหลากหลายชนิด อาทิเช่น วุ้นต่าง ๆ ข้าวเหนียวดำสังขยา
ขนมเทียนแก้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้ว 3 สี ขนมต้ม ขนมถั่วแปบ ฯลฯ
ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์
034-218640, 081-8575153
|
ร้านอาหารในจังหวัดนครปฐม
|
| |
ร้านอาหาร :-
เป็ดพะโล้เจียมจันทร์
จำหน่ายอาหารตามสั่ง
เวลาเปิด 8.00 - 17.00 น. หยุดทุกวันอังคาร
แยกไฟแดงนครชัยศรี ใกล้ป้อมตำรวจ
ถ.เพชรเกษม ต.ท่าตำหนัก อ.นครชัยศรี
อาหารแนะนำ
1. เป็ดพะโล้
2. แกงส้มปลาช่อนทอด
3. ผัดไทกุ้งสด
4. ต้มยำปลาช่อน
5. ฮ้อยจ๊อปู , กระเพราเป็ด
6. เป็ดกระเทียมพริกไท , ก๋วยเตี๋ยวเป็ด
ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์
089-1536885
|
ร้านอาหารในจังหวัดนครปฐม
|
| |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :-
พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
โทร. 034-244236-7
|
| |
การเดินทาง :-
ทางรถยนต์ :-
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี ( ทางหลวงหมายเลข 338 ) มุ่งหน้าสู่นครปฐม
ทั้งสองเส้นทางด้านบนจะต้องผ่านแยกนครชัยศรี
จากแยกนครชัยศรี ขับตรงไปประมาณ 8.5 กิโลเมตร จะถึงแยกบ้านแพ้ว ( ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปบ้านแพ้ว ถ้าตรงไปจะไปนครปฐม ราชบุรี ) ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร
จะพบสะพานไปตัวเมืองนครปฐม ให้ขับขึ้นสะพาน ( ถ้าตรงไปจะไปราชบุรี ) หลังจากขึ้นสะพานแล้วให้ขับตรงไปอีกประมาณ 3.4 กิโลเมตร
จะพบ 4 แยกไฟแดง ( ถ้าตรงไปก็คือ องค์พระปฐมเจดีย์ ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าไปยังตลาดนครปฐม ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปจังหวัดสุพรรณบุรี )
ให้ท่านเลี้ยวซ้าย แล้วขับตรงไปประมาณ 200 เมตร จากนั้นเลี้ยวขวา แล้วขับตรงไปประมาณ 1.9 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาที่ไฟแดง เลี้ยวขวาแล้วให้ขับตรงไปประมาณ
400 เมตร ก็จะถึง พระราชวังสนามจันทร์
...รถเก๋งไปได้นะครับ ...เป็นทางราดยางตลอดเส้นทาง..
หมายเหตุ :-.. บางครั้งการเขียนอธิบายเส้นทางอาจทำให้ท่านสับสน
อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน โทรมาที่ 08-1629-3354 โจ ( เจ้าของเว็บหามานานดอทคอม )
ยินดีให้ความกระจ่างเท่าที่ผมรู้นะครับ
อย่าโทรมาถามว่า ตอนนี้อากาศเป็นยังไงบ้าง ฝนตกมั๊ย
เพราะผมแค่เคยไปเที่ยว บ้านผมอยู่นครปฐม ครับผม..ขอบคุณครับ
ทางรถโดยสารประจำทาง :-
จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ นั่งรถสายกรุงเทพฯ - สุพรรณบุรี ไปลงที่ มหาลัยศิลปากร ( นครปฐม )
จากนั้นเดินเท้าประมาณ 400 เมตร จะถึง พระราชวังสนามจันทร์
|
| |
|