| : : : อุ ท ย า น แ ห่ ง ช า ติ แ ก่ ง ก ร ะ จ า น : : :
|
- -> ภาพจากนักเดินทางโดย กล้องดิจิตอล Cyber - shot U รุ่น DSC-U10 ของ Sony <- -
|
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแก่งกระจาน อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอท่ายาง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี
และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี
และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม ทั้งยังเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
มีเนื้อที่ 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,821,875 ไร่
|
ภาพโดย ฉัตรเพชร รีสอร์ท
|
ส่งภาพถ่ายให้เรา
|
| |
ฤดูกาลท่องเที่ยว
... สามารถท่องเที่ยวได้ทุกฤดู ... ถ้าจะไปน้ำตกทอทิพย์ในฤดูฝน ทากจะเยอะมาก ต้องระวังด้วยนะครับ
|
| |
ประวัติความเป็นมา :-
เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานที่พระราชวังไกลกังวล
อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเสด็จที่เขื่อนแก่งกระจาน ได้รับสั่งให้อธิบดีกรมป่าไม้ ( นายถนอม เปรมรัศมี ) เข้าเฝ้าเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2522
ได้มีกระแสพระราชดำรัสว่า " เรื่องป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ดูแลรักษา อย่าให้มีการลักลอบตัดไม้
ถางป่า ทำไร่ ในป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรี เพราะจะทำให้เกิดความแห้งแล้ง แม้จะได้มีการให้สัมปทานป่าแปลงนี้ไปแล้ว ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูแลการทำไม้
อย่าให้เป็นการทำลายป่าเกิดขึ้น " จากพระราชดำรัสดังกล่าวประกอบกับนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2522
ที่ให้รักษาป่าไว้ โดยการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติ ( เดิม ) กรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งที่ 452/2523 ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2523
ให้ นายสามารถ ม่วงไหมทอง นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นบริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารแม่น้ำเพชรบุรีเหนือเขื่อนแก่งกระจาน
จังหวัดเพชรบุรี ตามหนังสือรายงานการสำรวจด่วนที่สุด ที่ กส 0708/จช.67 ลงวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2523
รายงานว่า ป่าบริเวณดังกล่าวเป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี เป็นภูเขาสลับซับซ้อน สภาพป่าสมบูรณ์ มีทิวทัศน์สวยงาม
ประกอบด้วย น้ำตก ถ้ำ หน้าผา ทะเลสาบ พันธุ์ไม้มีค่านานาชนิด เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าต่างๆ เช่น เลียงผา วัวแดง กระทิง นก ปลาต่างๆ และช้างป่า
ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจและศึกษาหาความรู้ด้านต่างๆ ทั้งเป็นการรักษาสภาพป่าให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติถาวรสืบไป
ดังพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมป่าไม้ จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติการประชุมครั้งที่ 2/2523 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2523
เห็นสมควรออกพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณพื้นที่ป่ายางน้ำกลัดเหนือ และป่ายางน้ำกลัดใต้
ในท้องที่ตำบลน้ำกลัดเหนือ กิ่งอำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอเขาย้อย และตำบลสองพี่น้อง ตำบลแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2524 โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 92 ลงวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2523
เป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 28 ของประเทศไทย
ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้
ได้กระทำพิธีเปิดอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2526 โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
( ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ ) เป็นประธานในพิธีเปิด
ต่อมาคณะอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ของอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2525 ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( นายชวน หลีกภัย )
ขอให้อนุรักษ์ป่าแร่ห้วยไคร้ ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วย
กรมป่าไม้ จึงให นายสามารถ ม่วงไหมทอง ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายรุ่งโรจน์ อังกุรทิพากร เจ้าพนักงานป่าไม้ 2 สำรวจหาข้อมูลเบื้องต้น
ปรากฎว่า ในบริเวณดังกล่าวมีสภาพป่าสมบูรณ์ดี มีทิวทัศน์สวยงาม มีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก ถ้ำ หน้าผา ลานหิน และมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่
โดยมีอาณาเขตติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ตามหนังสือรายงานผลการสำรวจ ที่ กส 0713(กจ)/78
ลงวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 เห็นควรให้ขยายเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานออกไปครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าว กรมป่าไม้จึงได้เสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ
ต่อมาได้มีมติการประชุมครั้งที่ 1/2527 เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2527 ให้ขยายเขตอุทยานแห่งชาติให้ครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าว
ซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาขยายเขตอุทยานแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้ ในท้องที่ตำบลแก่งกระจาน ตำบลสองพี่น้อง ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง
จังหวัดเพชรบุรี และตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ในปี พ.ศ. 2527 โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 101 ตอนที่ 194 ลงวันที่ 27 ่ธันวาคม พ.ศ. 2527
เป็น อุทยานแห่งชาติลำดับที่ 28 ของประเทศไทย
|
| Top |
| : : : ส ถ า น ที่ น่ า ส น ใ จ : : :
|
สถานที่น่าสนใจ :-
ทะเลสาบอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน
เนื้อที่ประมาณ 46.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 26,325 ไร่
เกิดจากการสร้างเขื่อนดินปิด 3 ช่องทางระหว่างหุบเขา ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมแก่งน้ำเดิมเป็นพื้นน้ำอาณาเขตกว้างขวางจากยอดเขาเนินเขาหลากเป็นเกาะโผล่พ้นน้ำถึง
30 - 40 เกาะ ก่อให้เกิดทิวทัศน์งดงามยิ่ง เหมาะสำหรับ
การนั่งเรือชมทัศนียภาพและชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ที่สันเขาตะนาวศรี
เขาพะเนินทุ่ง
เป็นเขาที่สูงประมาณ 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
50 กิโลเมตร โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ประกอบด้วยทิวทัศน์ที่งดงามทั้งยามปกติและยามมีทะเลหมอกในช่วงปลายฤดูฝนและต้นฤดูหนาวที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่ง
แต่การเดินทางค่อนข้างลำบาก เมื่อสุดทางจะต้องใช้เวลาเดินเท้าอีกประมาณ 5 - 8
กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
จุดชมวิวเขาพะเนินทุ่ง
เป็นการชมทะเลหมอกในยามเช้า ซึ่งจะมีจุดชมวิวด้วยกัน 3 ที่ คือ จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 ( ห่างจากพะเนินทุ่งแคมป์ประมาณ 200 เมตร )
จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 33 ( เป็นลานจอด ฮ. ) จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36 ( เลยไปอีก 500 เมตรเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าสู่น้ำตกทอทิพย์ )
น้ำตกทอทิพย์
อยู่ห่างจากยอดเขาพะเนินทุ่งประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งสามารถจะเดินทางไปชมโดยทางรถยนต์
และเดินเท้าอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ( ใช้เวลาเดินเท้าไป - กลับ ประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาที่ท่านอยู่ที่น้ำตก )
ตัวน้ำตกมีถึง 9 ชั้น นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่อันเป็นพื้นต้นน้ำมีลำธารที่งดงามของแม่น้ำเพชรบุรี
และในบริเวณส่วนนี้ยังประกอบด้วยจุดที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ทั้งน้ำตกอื่นๆ เช่น น้ำตกปราณบุรี น้ำตกแม่เสลียง น้ำพุร้อน เป็นที่มหัศจรรย์ยิ่งในความงามของธรรมชาติของป่าดิบชื้น
อันประกอบด้วยดงไม้งามสูงใหญ่เป็นมนต์ขลังของป่าใหญ่
พะเนินทุ่งแคมป์
เป็นสถานที่กางเต็นท์พักแรม ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอก บริเวณกิโลเมตรที่ 30
แคมป์บ้านกร่าง
เป็นสถานที่กางเต็นท์พักแรม บริเวณนี้จะมีลานผีเสื้อ จะมีผีเสื้อมากมายหลายชนิดให้ชมความงาม นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีลำธารไหลผ่านอีกด้วย
และเป็นแหล่งดูนก
ถ้ำต่างๆ
อยู่ตรงบริเวณเทือกเขาสามร้อยยอด และบริเวณถ้ำวิมาน มีหินงอกหินย้อย
ซึ่งธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้อย่างสวยงามยิ่ง ภายในถ้ำยังมีหลักฐานและร่องรอยของมนุษย์โบราณ
ผาน้ำหยด
สามารถชมได้จากริมชายฝั่งลำน้ำเพชรบุรี หากมีการท่องเที่ยวโดยการล่องแก่งแม่น้ำเพชรบุรี มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน
มีน้ำไหลหยดลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีอยู่ตลอดเวลา ในฤดูฝนน้ำจะหยดเป็นสาย ก่อให้เกิดแผงมอสคลุมเขียวไปทั้งหน้าผา
น้ำตกธารทิพย์
มีความสูง 7 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
อยู่ใกล้กับน้ำตกทอทิพย์และน้ำตกหินลาด
น้ำตกหินลาด
มีความสูง 5 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
อยู่ใกล้กับน้ำตกทอทิพย์และน้ำตกธารทิพย์
น้ำตกปราณบุรี
มีความสูง 3 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
อยู่ใกล้กับเส้นทางสายวังวน - น้ำตกทอทิพย์ ( บริเวณกิโลเมตรที่ 23 )
น้ำตกแม่สะเลียง หรือ เสลียง
มีความสูง 3 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 34 กิโลเมตร ถึงทางแยกตรงกิโลเมตรที่ 27
แล้วเดินทางไปทางทิศตะวันตกอีก 5 กิโลเมตร เหมาะแก่การท่องเที่ยวแบบ แคมป์ปิงและการเดินป่า
น้ำตกกระดังงา
มีความสูง 3 ชั้น อยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง
ถ้ำค้างคาว
มีหลืบหินและปล่องถ้ำสวยงาม ระหว่างการเดินทางเข้าถ้ำสามารถชมทิวทัศน์ของป่าและภูเขาได้
ถ้ำวิมาน
มี หินงอกหินย้อย สวยงาม อากาศเย็นสบาย ภายในถ้ำพบร่องรอยของมนุษย์โบราณ
เช่น เศษกระเบื้อง และขวานหิน บริเวณใกล้ถ้ำมีน้ำตกห้วยปลาก้าง มีความสูง 3 ชั้น
ชมความงามสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำบางกลอย
มีทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำสวยงามตลอดสาย หากมีการล่องแก่งสามารถเห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่านานาชนิด
ชมความงามริมทางสายวังวน - น้ำตกทอทิพย์
เป็นเส้นทางเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติประมาณ 34.5
กิโลเมตร ระหว่างทางสามารถชมทิวทัศน์ได้ตลอดสาย เห็นภูเขา ทะเลหมอก ป่าเขียวขจี และพบเห็นสัตว์นานาชนิด
ลานหนุมานหรือเขาประการัง
ลักษณะของภูเขาเป็นหินที่มีรูปร่างลักษณะแปลกตาคล้ายปะการัง บริเวณนี้มีลิง ค่างและชะนี เป็นจำนวนมาก
และยังเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
น้ำตกหัวป่าเงา
อยู่ทางด้านใต้ของพื้นที่ มีน้ำตกใหญ่น้อยมากมาย รวมเป็นกลุ่มได้ถึง 4 กลุ่ม
มีเส้นทางเข้าถึงสะดวก อยู่ในท้องที่ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เขตติดต่อกับโครงการพระราชดำริห้วยสัตว์ใหญ่
น้ำตกป่าละอู
อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
มีความสูง 16 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
น้ำตกห้วยป่าเลา
มีทั้งหมด 7 ชั้น อยู่ใกล้เคียงกับน้ำตกป่าละอู อยู่ในท้องที่อำเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
น้ำตกชลนาฎ
มีความสูง 3 ชั้น เป็นน้ำตกที่มีผาน้ำตกสูงที่สุดของน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
สูงประมาณ 150 - 200 เมตร อยู่ใกล้เคียงกับน้ำตกป่าละอู อยู่ในท้องที่อำเภอหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
|
| |
เพิ่มเติมข้อมูลให้เรา
|
| |
ภาพถ่าย :-
|
ส่งภาพถ่ายให้เรา
|
| |
สภาพภูมิประเทศ :-
ลักษณะภูมิประเทศมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นดินและส่วนที่เป็นอ่างเก็บน้ำ มีเนื้อที่ประมาณ 45
ตารางกิโลเมตร พื้นที่ป่าเหนืออ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ประกอบด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนติดต่อกันเป็นอาณาเขตกว้าง ยอดเขาสูงสุดประมาณ 1,200
เมตร โดยเฉลี่ยสูงประมาณ 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินแกรนิต บางแห่งเป็นเขาหินปูน
ในหลายแห่งอุดมไปด้วยแร่ฟลูออไรน์ ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี
|
| |
สภาพภูมิอากาศ :-
สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้น จึงทำให้มีความชื้นสูง ส่วนใหญ่จะมีฝนตกชุก จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี ไม่ร้อนอบอ้าว
|
| |
พรรณไม้ :-
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบชื้น คือ มีประมาณ 80 % ของพื้นที่ และอีก
20 % เป็นป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ทุ่งหญ้า ทั้งยังมีลักษณะเด่นในบางพื้นที่เป็นป่าเต็งรังผสมกับต้นไม้สน
ซึ่งเป็นสนสองใบตามธรรมชาติ มีพรรณไม้มีค่าทางเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น ตะเคียนทอง ประดู่ มะค่า กฤษณา ฯลฯ มีสภาพธรรมชาติที่สมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง
|
| |
สัตว์ป่า :-
สัตว์ป่ามีอยู่อย่างหนาแน่น ชุกชุมด้วยสัตว์ใหญ่ เช่น ช้างป่า โดยเฉพาะช้างที่เคยจับได้เป็นช้างเผือก
ซึ่งราษฎรชาวจังหวัดเพชรบุรีได้น้อมเกล้าถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปแล้วถึง 4 เชือก
นอกจากนั้น สัตว์อื่นๆ ก็ยังมีอยู่หลายชนิด เช่น กระทิง เก้ง เสือ กวาง ค่าง ลิง ชะนี หมี และอื่นๆ อีกมาก รวมทั้งสัตว์เลื้อยคลาน นกชนิดต่างๆ
และจระเข้น้ำจืดหรือจระเข้ตีนเป็ดในหนองน้ำลำห้วยต้นแม่น้ำเพชรบุรี
|
| |
สถานที่พักแรม :-
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว
งานบ้านพัก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
61 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทร. 02-562-0760
|
| |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ :-
สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
61 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 02-562-0760
หรือติดต่อที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 76170
โทรศัพท์ 032-459291, 032-459293
หรือที่เว็บไวต์ http://www.dnp.go.th
|
| |
ข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวอุทยานฯ :-
- ไม่ทำการยึดถือ ครอบครอง แผ้วถางป่า นำออกไปซึ่งแร่, ดิน, หิน, พรรณไม้ และสัตว์ป่า ตลอดจนของป่าทุกชนิด
- ไม่ล่าสัตว์และไม่นำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ
- ไม่ทำเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่นักท่องเที่ยวและสัตว์
- ต้องช่วยระมัดระวังมิให้เกิดไฟไหม้ป่า หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อเสร็จแล้วกรุณาช่วยดับให้เรียบร้อย
- หากมีข้อสงสัยโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่
|
| |
การเดินทาง :-
การเดินทางไปตัวเมืองเพชรบุรีคลิกที่นี่
ทางรถยนต์ :-
จากตัวเมืองเพชรบุรีเดินทางไปตามถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงหมายเลข 4 ) มุ่งลงใต้ ( ไปทางชะอำ ) ประมาณ 16 กิโลเมตร
จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางอำเภอท่ายาง เขื่อนเพชร จากนั้นขับตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวา เข้าอำเภอแก่งกระจาน ( ถนนหมายเลข 3499 )
จากนั้นขับไปตามเส้นทาง ประมาณ 26 กิโลเมตร จะพบสามแยก ถ้าขับตรงไปจะเป็นทางเข้าเขื่อนแก่งกระจาน ขับรถต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะอยู่บนสันเขื่อน
ถ้าท่านเลี้ยวซ้ายจะไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากทางเลี้ยวซ้ายถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร
การเดินทางไปยัง แคมป์บ้านกร่าง :- พะเนินทุ่งแคมป์ :- จุดชมวิว :- น้ำตกทอทิพย์
- เมื่อคุณมาถึงที่ทำการอุทยานฯ จุดแรกที่คุณต้องไปก็คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ซึ่งจะอยู่ด้านขวามือของท่าน เพื่อเข้ามาจ่ายค่าธรรมเนียมในการเข้าชมอุทยานฯ
... ค่าธรรมเนียม คนละ 40 บาท
... ค่าธรรมเนียม รถคันละ 30 บาท
... ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์พักแรม 30 บาท/คืน/คน
ถ้าคุณไม่ได้นำเต็นท์มาเอง สามารถติดต่อสอบถามการเช่าเต็นท์ได้ที่นี่
.. จุดกางเต็นท์จะมีด้วยกัน 3 จุดนะครับ
1. บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ณ ที่ทำการอุทยาน ฯ
2. แคมป์บ้านกร่าง
3. พะเนินทุ่งแคมป์
- ก่อนที่ท่านจะเดินทางไปยัง แคมป์บ้านกร่าง พะเนินทุ่งแคมป์ จุดชมวิว และน้ำตกทอทิพย์
ท่านจะต้องทำบัตรผ่าน จาก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในบัตรผ่านจะกำหนดเวลาขึ้นพะเนินทุ่ง การทำบัตรผ่านก็ไม่ยุ่งยากอะไรครับ
จะให้ท่านกรอกรายละเอียดดังนี้
... ชื่อ - นามสกุล ( เฉพาะคนที่กรอกรายละเอียด คนที่มาด้วยไม่ต้อง )
... มากันกี่คน ชายผู้ใหญ่กี่คน หญิงผู้ใหญ่กี่คน ชายเด็กกี่คน หญิงเด็กกี่คน
... ชนิดของรถ เช่น รถกระบะ
... ทะเบียนรถ
... จังหวัด
... ต้องการพักแรมที่ไหน ระหว่างแคมป์บ้านกร่าง หรือพะเนินทุ่งแคมป์
... ระยะเวลาที่ใช้ในการพักแรม เช่น พักแรม 1 คืน หรือ 2 คืน
- ทำไมต้องทำบัตรผ่านขึ้นพะเนินทุ่ง ด้วยล่ะ ?
- ขอตอบว่า เนื่องจากเส้นทางที่ขับไปยังพะเนินทุ่งแคมป์ เป็นเส้นทางที่ต้องขับขึ้นเขา ทางบางช่วงจะมีความชันมากน้อยแตกต่างกันไป
และอีกอย่างหนึ่งเส้นทางก็แคบ รถวิ่งสวนทางกันลำบากมากๆ ( เป็นถนน 1 เลน ) และตลอดเส้นทางโดยมากจะเป็นทางโค้ง ซึ่งต้องขับด้วยความระมัดระวัง
- บัตรผ่านนี้ใช้ในการขึ้น - ลงพะเนินทุ่ง
... เนื่องจากการขึ้นพะเนินทุ่งแคมป์ จะต้องขึ้น - ลง เป็นเวลา เนื่องจากถนนแคบ เป็นทางชัน ทางโค้ง รถสวนทางกันลำบากมากๆ
ดังนั้นจึงต้องกำหนดเวลาขึ้นลง โดยเวลาจะเป็นดังนี้
... เวลาขึ้น 05.30-07.30 น. 13.00-15.00 น.
... เวลาลง 09.00-10.00 น. 16.00-17.00 น.
... เวลาขึ้นพะเนินทุ่ง จะเริ่มที่แคมป์บ้านกร่าง ไม่ได้เริ่มที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
... จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ถึง แคมป์บ้านกร่าง 32 กิโลเมตร ใช้เวลา 50 นาที
... จากแคมป์บ้านกร่าง ถึง พะเนินทุ่งแคมป์ 16 กิโลเมตร ใช้เวลา 60 นาที
... จุดปล่อยรถขึ้น - ลง
... จุดปล่อยรถขึ้นพะเนินทุ่ง จะอยู่ที่แคมป์บ้านกร่าง
... เวลาขึ้น 05.30-07.30 น. 13.00-15.00 น.
... จุดปล่อยรถลงจากพะเนินทุ่ง จะอยู่ที่พะเนินทุ่งแคมป์
... เวลาลง 09.00-10.00 น. 16.00-17.00 น.
... สมมุตินะครับ ถ้าท่านขึ้นพะเนินทุ่งแคมป์ + ไปจุดชมวิว ในเวลา 14.59 น. จากแคมป์บ้านกร่าง ท่านจะหยุดแวะชมวิว ดูนก ดูผีเสื้อ ไม่ได้นะครับ
เพราะถ้าท่านหยุดชมวิว ดูนก ดูผีเสื้อ ท่านจะไม่มีเวลาพอที่จะไปถึงพะเนินทุ่งแคมป์ เพราะว่าระยะทางจากแคมป์บ้านกร่าง ซึ่งเป็นจุดปล่อยรถขึ้นพะเนินทุ่งแคมป์
ถึง พะเนินทุ่งแคมป์ซึ่งเป็นจุดปล่อยรถลง ต้องใช้เวลาประมาณ 60 นาที ดังนั้นถ้าท่านใช้เวลาไปกับการชมนก ชมผีเสื้อ เวลาของท่านก็จะไม่พอ ทำให้รถที่ลงมาจากพะเนินทุ่งในช่วงเวลา 16.00 น.
ต้องสวนทางกับรถของท่านโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันได้
เพราะฉะนั้นท่านต้องรักษาเวลาให้ดีนะครับ เผื่อเวลาไว้สัก 30 นาที ถ้าเป็นไปได้ 60 นาทีเลยยิ่งดี
... เวลาขึ้นก็ขึ้นสัก 14.00 น. หรือ 14.30 น. เมื่อท่านขึ้นไปแล้ว จะแวะดูผีเสื้อได้ ดูนก ดูวิว ได้ แต่ท่านจะต้องไปถึงพะเนินทุ่งแคมป์ก่อน 16.00 น. นะครับ
อย่าดูจนเพลินล่ะ เวลาจากแคมป์บ้านกร่าง - พะเนินทุ่งแคมป์ก็ใช้เวลาประมาณ 60 นาที ไปเช้าๆ ดีครับ ท่านจะได้มีเวลาไปชมน้ำตกทอทิพย์ แนะนำให้นะครับ ถ้าท่านค้างคืนที่
พะเนินทุ่งแคมป์ ให้ไปที่น้ำตกทอทิพย์ก่อน ส่วนจุดชมวิวเอาไว้เช้าของอีกวันนึงก็ได้ครับ เพราะเวลาที่จะใช้ในการเดินไปยังน้ำตกขึ้น - ลง ประมาณ 3 ชั่วโมง
แต่ท่านอย่าลืมบวกเวลาเดินทางจากพะเนินทุ่งแคมป์ ถึง น้ำตก + เวลาที่อยู่ที่น้ำตก + เวลาจากน้ำตก ถึง พะเนินทุ่งแคมป์ ด้วยนะครับ
( ... การเดินทางไปน้ำตกทอทิพย์ของผม เริ่มที่พะเนินทุ่งแคมป์ 13.00 น. และกลับถึงพะเนินทุ่งแคมป์ 18.00 น. รวมแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง )
-
การเดินทาง ไปยัง แคมป์บ้านกร่าง พะเนินทุ่งแคมป์ จุดชมวิว และน้ำตกทอทิพย์ ผมขอเริ่มจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว นะครับ
จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้ท่านขับตรงไปตามเส้นทาง ประมาณ 3 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปพะเนินทุ่ง + แคมป์บ้านกร่าง
จากนั้นขับไปตามเส้นทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปทางด่านโง จากนั้นขับไปตามเส้นทาง ประมาณ
8 กิโลเมตร ท่านจะพบสามแยก ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปห้วยแม่เพรียง ไม่ต้องเลี้ยวนะครับ ให้ท่านขับตรงไป
( ตรงแยกนี้คือ กิโลเมตรที่ 0 ) เมื่อขับตรงไปประมาณ 3 กิโลเมตร ท่านจะพบกับด่านตรวจบัตรผ่าน
จากนั้นขับไปตามเส้นทาง ประมาณ 13 กิโลเมตร ท่านก็จะถึง แคมป์บ้านกร่าง
.. จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ถึง แคมป์บ้านกร่าง 32 กิโลเมตร ใช้เวลา 50 นาที ..
-
จากแคมป์บ้านกร่าง เวลาขึ้น พะเนินทุ่งแคมป์ จะเริ่มจากที่นี่
โดยเวลาจะเป็นดังนี้
... เวลาขึ้น 05.30-07.30 น. 13.00-15.00 น.
จากแคมป์บ้านกร่าง ขับรถไปตามเส้นทาง ประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะพบกับลำธาร กว้างประมาณ 2 เมตร
น้ำไม่ลึกมากนัก ประมาณครึ่งล้อรถ ท่านต้องขับรถข้ามลำธารนี้ไป ประมาณ 500 เมตร ท่านจะพบลำธารอีก ให้ท่านขับข้ามลำธารนี้ไป
อีกฝั่งของลำธารด้านซ้ายมือจะมีดินโป่ง ตรงนี้จะมีผีเสื้อนับ 100 ตัว มีด้วยกันหลายพันธุ์ กำลังกินดินโป่งอยู่ ( ผมลงไปถ่ายรูปไว้ด้วยครับ ถ่ายใกล้ๆ เลยครับ ผีเสื้อบินหนีบ้าง แต่ที่ไม่บินก็ยังอยู่อีกประมาณ 50 กว่าตัว )
ประมาณ 500 เมตร ท่านก็จะพบลำธารอีก ให้ขับข้ามลำธารนี้ไป รวมแล้วจะมีลำธารที่ท่านต้องขับข้ามไป 3 ลำธาร
จากลำธารที่ 3 ขับต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ทางจะเริ่มชันขึ้นเรื่อย ๆ + ทางโค้ง ต้องขับด้วยความระมัดระวัง
จากลำธารที่ 3 ประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึง พะเนินทุ่งแคมป์
.. จากแคมป์บ้านกร่าง ถึง พะเนินทุ่งแคมป์ ประมาณ 16 กิโลเมตร ใช้เวลา 60 นาที ..
-
จากพะเนินทุ่งแคมป์ ท่านจะไปยังจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 , กิโลเมตรที่ 33 , กิโลเมตรที่ 36 หรือจะไปน้ำตกทอทิพย์ จะไม่มีกำหนดเวลาในการขึ้น - ลง แล้วนะครับ
-
จากพะเนินทุ่งแคมป์ ขับรถต่อไปอีกประมาณ 200 เมตร ทางด้านซ้ายมือจะเป็น จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30
จุดชมวิวนี้ต้องเลี้ยวซ้ายแล้วขึ้นเนินไปหน่อยนะครับ ,จากจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 30 ขับรถต่อไปอีกประมาณ 2.8 กิโลเมตร
จะเป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่ง ตรงจุดชมวิวนี้เป็นลานจอด ฮ. ซึ่งจุดชมวิวนี้จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน จากลานจอด ฮ. ขับต่อไปอีกประมาณ
3 กิโลเมตร จะเป็น จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36
.. จากพะเนินทุ่งแคมป์ ถึง จุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36 ประมาณ 6 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที ..
-
จากจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36 อีกประมาณ 500 เมตร จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเท้าสู่ น้ำตกทอทิพย์
บริเวณนี้จะเป็นลานจอดรถ ถ้าท่านไม่แน่ใจว่ารถของท่านมีกำลังดีหรือไม่ ให้ท่านจอดรถไว้บริเวณจุดชมวิวกิโลเมตรที่ 36 เพราะทางลงไปลานจอดรถค่อนข้างชัน
ความชันประมาณ 60 องศา ( ขาขึ้นรถของเพื่อนผมเกือบขึ้นไม่ได้ ) จากลานจอดรถเป็นจุดสิ้นสุดถนน จากนี้ไปเราต้องเดินเท้าไปยังน้ำตกทอทิพย์
ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
... ขาไปเป็นทางลงเขา เดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
ก็จะถึงน้ำตกชั้นที่ 5 เดินลงไปอีกประมาณ 5 - 10 นาที ก็จะถึงน้ำตกชั้นที่
1 สำหรับชั้นอื่นๆ ไม่มีทางเดินลงไป เป็นทางลาดชันและค่อนข้างรก จึงสามารถชมน้ำตกได้แค่ 2 ชั้น
... ขากลับ เป็นทางขึ้นเขา ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
... ขอบอก ทาก ชุมมากๆ บางครั้งแกะที่เท้าซ้ายยังไม่เสร็จเลย มันก็กัดเข้าที่เท้าขวา
... หากท่านจะเข้าไปชมน้ำตกในหน้าฝน ควรเตรียมการป้องกันทากให้ดี เช่น ถุงกันทาก ตะไคร้หอม อื่นๆ แต่ท่านอย่าคิดนะครับว่า ทาก จะกัดท่านเฉพาะที่เท้า ตาตุ่ม หรือว่าที่น่อง
เพราะว่าผมโดนกัดเข้าที่ท้องแขนด้านใน แล้วก็ที่โคนขาด้านนอก เหนือหัวเข่าขึ้นมาประมาณ 1 คืบ บางครั้งเจ้าหน้าที่บอกว่ามันกัดที่คอก็มี
เพราะทากกัดเราจะไม่รู้สึกนะครับว่ามันกัด ( ผมกับเพื่อนโดนกันมาคนละ 2 ที่ครับ เลือดไหลเยอะเชียวละ )
... ถ้าทากกัดแล้ว ท่านดึงมันออกมาแล้วเลือดไหล ไม่ต้องนำกระดาษทิชชูไปเช็คนะครับ ปล่อยให้เลือดแข็งตัวเอง
เพราะถ้าท่านยิ่งเช็ด เลือดจะยิ่งไหลนะครับ
หมายเหตุ :-
- เส้นทางขึ้นพะเนินทุ่งจะเป็นทาง ลูกรัง ( ถ้าฝนตกรถขับเคลื่อน 2 ล้อ ไม่ควรขึ้นไปนะครับ )
- สำหรับเส้นทางขึ้นพะเนินทุ่ง รถที่ใช้ รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
- ถ้าท่านไปแค่แคมป์บ้านกร่าง ไม่ขึ้นพะเนินทุ่ง รถเก๋งไปได้นะครับ
( แต่ผมไม่แนะนำให้เอารถเก๋งไปนะครับ เนื่องจาก 5 กิโลเมตรสุดท้ายก่อนถึงแคมป์บ้านกร่าง ยังเป็นทางลูกรัง )
.. แคมป์บ้านกร่าง ไม่มีอาหาร + ไม่มีน้ำดื่ม..จำหน่าย
.. พะเนินทุ่งแคมป์ มีอาหาร + น้ำดื่ม..จำหน่าย
.. แต่ท่านจะเตรียมอาหาร + น้ำดื่ม..ไปเองก็ไม่มีใครว่าอะไรนะครับ ( เผื่ออาหารไม่เพียงพอ จะได้ไม่ต้องหิวไงครับ )..
...รถเก๋ง ( ไม่แนะนำ ) ..ควรใช้รถกระบะ หรือ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
หมายเหตุ :-.. บางครั้งการเขียนอธิบายเส้นทางอาจทำให้ท่านสับสน
อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน โทรมาที่ 08-1629-3354 โจ ( เจ้าของเว็บทะเลหมอก )
ยินดีให้ความกระจ่างเท่าที่ผมรู้นะครับ
อย่าโทรมาถามว่า ตอนนี้อากาศเป็นยังไงบ้าง ฝนตกมั๊ย น้ำตกมีน้ำเยอะหรือเปล่า ทะเลหมอกมีมั๊ย ผีเสื้อมีเยอะมั๊ย
เพราะผมแค่เคยไปเที่ยว บ้านผมอยู่นครปฐม ครับผม..ขอบคุณครับ
ทางรถโดยสารประจำทาง
..... จากกรุงเทพฯ นั่งรถ กรุงเทพฯ - เพชรบุรี ไปลงที่ บขส. เพชรบุรี จากนั้นนั่งรถสายเพชรบุรี - แก่งกระจาน
ไปลงที่อำเภอแก่งกระจาน จากนั้นต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถยนต์จ้างเหมาอีก 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
... ณ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ จะมีรถบริการให้เช่าไปแคมป์บ้านกร่าง และจุดชมวิวพะเนินทุ่ง
( รถนั่งได้ 10 คน เป็นรถสองแถว )
ถ้าจะไปพะเนินทุ่งแคมป์ + จุดชมวิว ราคา 1,500 บาท ค้างคืนด้วย ราคา 2,000 บาท
... สามารถติดต่อรถเช่าล่วงหน้าได้ที่ คุณประยูร จันศรี โทร 032-459210 , 08-1756-1273
|
| |
| |
แผนที่ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน :-
|
| |
|